ผู้เขียน: Laurie Arnold

ละครสนุกๆ รับชมละคร

ใบไม้ที่ปลิดปลิว

ปลิดปลิวแม้กระนั้นไม่เคว้งคว้าง ‘นิรา’ คว้าเรตติ้งตอนจบ 4.7 สูงสุดในละครข้างหลัง

แม้ว่าผู้ชมจะมองไปด่าไปกับความประพฤติของผู้แสดงที่น่าอารมณ์เสีย แม้กระนั้นถึงอย่างไรก็แล้วแต่ ใบไม้ที่ปลิดปลิว ละครเรื่องแรกภายใต้การดูแลของ Change2561 ที่ออกอากาศบนหน้าจอช่องวัน 31 ก็คว้าเรตติ้งตอนอวสานเยอะที่สุดในบรรดาละครข้างหลังข่าวสารตลอดปีก่อนหน้าที่ผ่านมาของช่องไปเป็นระเบียบแล้วด้วยตัวเลข 4.7 ใบไม้ที่ปลิดปลิว ลาหน้าจอไปด้วยความดราม่าเต็มที่เมื่อคืนก่อนหน้าที่ผ่านมา (20 สิงหาคม) และก็สิ่งที่ผู้ชมทุกคนต่างเลื่องลือคือการแสดงของ ‘นิรา’ ซึ่งรับบทบาทโดย ใบเฟิร์น-พิมพ์บิดา ลือดีเลิศไพบูลย์ ที่นำเสนอชีวิตของทรานส์เจนเดอร์ผู้ทรมาณแสนสาหัสออกมาอย่างดีเยี่ยม เรตติ้งของละครหัวข้อนี้ในช่วงออกสตาร์ทบางทีอาจยังเบาๆที่ราว 1.5-1.9 รวมถึงยังลุ่มๆดอนๆในเรื่องกระแส เนื่องจากว่าออกอากาศชนกับ กลิ่นกาสะลอง ของช่อง 3 ในช่วงที่ผ่านมาด้วย

ก่อนที่จะเรตติ้งจะเบาๆขยับขึ้นอย่างน่าสนใจด้วยความสนุกของเรื่องราว รวมถึงยังติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในอันดับแรกๆทุกอาทิตย์ โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคืนนี้ที่แฮชแท็ก #ใบไม้ที่ปลิดปลิวตอนจบ ก็สามารถทะยานไปสัมผัสที่อันดับ 2 ของเทรนด์ทวิตเตอร์โลกได้ แม้ว่าจะมีข่าวสารร้อนอย่าง #พีชแพท และก็ #แพทริเซีย รอดึงความสนใจไปด้วย

แซม-ยุยงรนันท์ แมลงผึ้งมนตรี คืออีกหนึ่งความน่าประทับใจของละครหัวข้อนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เขากลับมารับเล่นละครในรอบ 11 ปี แม้กระนั้นเป็นการคืนฟอร์มในบท ‘ชมเครื่องหมาย’ ที่จำเป็นต้องแบกภาระทางการแสดงไว้พอเหมาะพอควรในช่วงท้ายเรื่อง และก็เขาทำออกมาให้ผู้ชมออกจะชื่นชอบทีเดียว
เรตติ้งสูงสุดในช่วงละครข้างหลังข่าวสารเดิมเป็นของละครน้ำเน่าที่คงจะเฉื่อยชาลำไยหมดสวนที่สุดแห่งปีอย่าง สมุทรริษยา ที่เคยทำเรตติ้งตอนจบสูงสุดไว้ราว 4.42 ก่อนที่จะนิราจะโค่นตำแหน่งลงด้วยตัวเลขใหม่ที่มากกว่านิดหน่อย ส่วนถ้าเกิดนับจริงๆเรตติ้งสูงสุดในด้านละครของช่องวัน 31 เป็นของละครเย็น สาวน้อยร้อยล้านวิว ที่เคยทำไว้ได้ถึง 4.8 ในตอนจบ
เดือนกันยายนที่จะถึงนี้เป็นเกมของละครใหม่ชูล็อตที่สู้กันทุกช่อง มารอดูว่าผู้ใดกันแน่จะสามารถสร้างการเกิดใหม่ๆให้กับโทรทัศน์ไทยได้บ้าง!

ใบไม้ที่ปลิดปลิว

แนะนำWho ปิดป่าหลอนหนังไทยสยองขวัญ

ปิดป่าหลอน

Who ปิดป่าหลอน

เนื่องด้วยภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งนานัปการวัน วันนี้ก็เลยขอโดดเรียนมหา’ลัย ไปดูภาพยนตร์ไทยพึ่งเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน
“Who…ปิดป่าหลอน” ที่นำแสดงโดย คุณแน็ก ชาลี ที่พวกเราคุ้นเคยรวมทั้งเป็นคนดังของพวกเราเสียหน่อย ตอนผมไปดูหนังเรื่องอื่นกับสหายตั้งแต่ปีที่ผ่านมา มองเห็นป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาภาพยนตร์หัวข้อนี้ตั้งเอาไว้ โทนสีขาวดำที่ชวนให้รำลึกถึงโปสเตอร์ภาพยนตร์เชื้อสายแพร่ง กับเนื้อเรื่องที่จั่วหัว กล่าวถึงเรื่องคนกรุ๊ปหนึ่ง กับสถานที่ออกแนวปิดตาย ทำให้ผมรำลึกถึงหนังแนวไต่สวนของประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งหนังแนวระทึกขวัญของฝรั่ง ที่ว่าด้วยเรื่องคนจำนวนหนึ่ง มารวมตัวกันอยู่ในสถานที่ที่มีข้อจำกัด รวมทั้งเกิดเหตุการณ์ที่บีบบังคับ ทำให้ต้องเผยธาตุแท้ของกันและกันออกมา ประเทศไทยมิได้มีแนวนี้บ่อยครั้งนัก ผมก็เลยมีความสนใจมานานนมแล้ว ประกอบกับเดี๋ยวนี้ต้องการดูหนังสักเรื่อง รวมทั้งอุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว (ความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดี ขออย่ากระทำตามครับผม) เลยจัดภาพยนตร์หัวข้อนี้เสียหน่อย

เนื้อเรื่อง :
นาย “เปี๊ยก” (แน็ก ชาลี) ชายหนุ่มเซอร์ นศ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แอบรักสาวร่วมสถาบัน บังเอิญมองเห็นสาวคนดังกล่าว คุยกับกรุ๊ปสหาย เวลาที่รุ่นพี่ (ซ้ำชั้นมาจะปีที่ 8 แล้ว) จัดโต๊ะเชิญรุ่นน้องเข้าค่ายเดินป่าในป่าที่เชื่อกันว่าเมื่อเข้าไปแล้วอาจมิได้กลับออกมาอีก ว่าต้องการเข้าค่ายเดินป่าดังที่กล่าวผ่านมาแล้วด้วย นายเปี๊ยกที่ต้องการตามแฟนสาว ก็เลยยินยอมเข้าค่ายที่จะพากันไปในสถานที่ที่แค่ฟังการพูดถึง ก็ไม่น่าไปที่นี้แล้วกับเขาด้วย เมื่อค่ายเริ่มขึ้น นักศึกษามหา’ลัยรวม 8 คนได้ไปสมทบกับพรานประจำสถานที่ ผู้มีความชำนาญที่ในป่าดังที่กล่าวผ่านมาแล้วอีก 2 คน ณ สถานีรถไฟใกล้ป่า พร้อมเดินตบเท้าเดินสู่ป่าใหญ่ที่มีกลิ่นอายบางสิ่งไม่ชอบมาพากล ฟ้าที่เปิดเป็นใจตอนลงจากรถไฟ เมื่อ 10 ชีวิตเข้าป่า กลับมืดมนลงทันใดเหมือนเป็นลางร้ายบางสิ่ง หารู้ไม่…นี่คือจุดเริ่มแรกของการถึงแก่กรรมอย่างสม่ำเสมอที่กำลังจะตามมา หรือนี่จะเป็นอาถรรพณ์ของป่าที่มิสามารถประมือกันได้ แต่ว่าถ้าหากไม่ใช่ หรือมันจะเป็น…
Who ปิดป่าหลอน 1-1
ความคิดเห็นต่อเนื้อเรื่อง :
เป็นภาพยนตร์ได้เนื้อเรื่องดี ไม่สิ…ต้องเรียกว่าเป็นเนื้อเรื่องระดับเซฟโซนของหนังแนวเดียวกัน รวมทั้งเป็นเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับภาพยนตร์ไทย ด้วยเหตุว่าภาพยนตร์ไทยไม่ค่อยมีแนวนี้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็ชอบเป็นแนวไต่สวนโทนหนัก หรือไม่ก็แนวผีสางเต็มสูบไปเลยเสียมากกว่า หัวข้อนี้ถือได้ว่าเป็นตรงกลางระหว่างแนวไต่สวนรวมทั้งผีสาง ออกแนวมิสเทรี่ ลึกลับ แนวๆผู้ใดเป็นคนทำ (Whodunit) อยู่เนืองๆ

ความคิดเห็นต่อภาพยนตร์ :
อย่างที่กล่าวไป ภาพยนตร์หัวข้อนี้ได้เนื้อเรื่องเซฟโซนที่ดี ที่เหลือก็คือการถ่ายทอดออกมาให้ดี สมกับที่ไต่ระดับอยู่บนเซฟโซน ผลคือ…ที่มีดี น่าจะมีเพียงแค่เนื้อเรื่องเท่านั้น ลำดับเรื่อง การถ่ายทอดของภาพยนตร์หัวข้อนี้ค่อนข้างงวยงง ฉาบฉวย ไม่ประติดประต่อเสียกระทั่งผู้ชมมึน การนำทิวภาพเดิมๆกลับมาฉายซ้ำ ทำให้มีความรู้สึกจำเจยังไงชอบกล ก่อนจะถึงหนึ่งในสามทั้งหมดทั้งปวงของภาพยนตร์ คือตอนปูผู้แสดงทั้งยัง 10 ผู้ที่จะต้องเป็นคนดำเนินเรื่อง รวมทั้งติดอยู่ในป่าร่วมกัน ก่อนเกิดเรื่อง เป็นช่วงที่เละตุ้มเป๊ะที่สุด ต้องการใส่อะไรก็ใส่มาเต็มที่ บทพูดมองผิดธรรมชาติ ประดิษฐ์ประดอย
ดารานอกจากผู้ที่พวกเราคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างแน็ก ชาลี อาเล็ก สมชาย ศักดิกุลที่ยกย่องรัก รวมทั้งดาราที่ไม่ค่อยคุ้นหน้า แต่ว่ายังพอเล่นถึงอยู่บ้าง แข็งเสียกระทั่งน่าอึดอัดอย่างไม่น่ายกโทษ ผู้กำกับปล่อยผ่านมาได้ยังไง คำพูดที่เว้นวรรคของดาราที่พวกเราไม่คุ้นหน้า (แต่ว่าต้องนับได้ว่าเป็นผู้แสดงหลัก ด้วยเหตุว่าอยู่ในกรุ๊ป 10 คน) อย่างไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับตัวเองลืมบทกลางทาง รวมทั้งไร้การตัดต่อของคณะทำงานฝ่ายถ่ายทำ ที่ควรทำให้มันลื่นไหล นี่ยังไม่นับผู้แสดงสมทบนอกเหนือคนทั้งยัง 10 ที่การแสดงนี่ท่องบทอย่างแกงจับฉ่าย รวมทั้งเล่นใหญ่เสียกระทั่งเฟคมากมายอีกนะ

กลับมาที่เรื่องเนื้อเรื่อง รวมทั้งการดำเนินเรื่อง ถ้าหากตัดสินแค่เนื้อเรื่องกับการดำเนิน หัวข้อนี้จัดว่าพอไปวัดไปวาได้บ้าง แม้แต่ว่าการดูภาพยนตร์ พวกเราต้องนำดารามาร่วมตัดสิน ด้วยเหตุว่าพวกเขาคือหัวใจสำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวพวกนั้นออกมาด้วยการแสดงของพวกเขา จาก 10 คน มีนักแสดงมือโปร รวมทั้งเล่นถึงอยู่ไม่ถึงครึ่งเดียว พูดอีกนัยหนึ่ง…คนเกินครึ่งของ 10 ผู้ที่เป็นตัวละครหลักสำคัญ เล่นได้ค่อนข้างสอบตก ทำให้ผู้ที่แสดงได้โอเคก็ยังแบกไว้ไม่ไหว การรับส่งอารมณ์ก็เลยไปไม่ถึงกันรวมทั้งกันในหมู่ดารา ได้ผลสำเร็จให้ผู้ชมรับอารมณ์ได้อย่างขาดๆเกินๆกลายเป็นไม่อินไปท้ายที่สุด ภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็เลยแทบสอบตกในบัดดล ด้วยเหตุว่าตัวดารา นี่ยังไม่นับเนื้อเรื่องที่ถึงจะพอเข้าวัดได้ แต่ว่าก็เรียกมิได้ว่าเข้าวัดไปได้ทั้งยังเรื่องนะ ด้วยเหตุว่ายังมีบางจุดที่เกิดการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างน่างวยงงในผู้แสดงอีกต่างหาก (ก็แค่จุดนี้ไม่ใช่จุดใหญ่อะไรมากมาย คิดต่อเอาเองได้ แม้แต่ว่ามันเป็นการคิดเองของผู้ชม มิใช่ความต่อเนื่องที่หนังส่งมาให้โดยตรง) โชคร้ายเอามากๆทั้งๆที่ถ้าหากดาราเล่นดี หรือหามืออาชีพกว่านี้มา หนังหัวข้อนี้บางทีก็อาจจะยกระดับขึ้นมาขั้นหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ อ๋อ…มือตัดต่อ รวมทั้งวางลำดับเรื่องด้วย ถ้าหากจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่านี้อีกนิด น่าจะโอเค ซาวน์ตอนที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้นภายในหัวข้อนี้ใส่มาได้ไม่ถูกจังหวะ รวมทั้งน่าเบื่อหน่ายเอามากๆเหมือนกับรายการตัดต่อเองของพวกเด็กที่ทำเล่นกันในยูทูป ยังดีที่ตอนเรื่องเริ่มเดินอย่างเอาจริงเอาจัง ซาวน์ยังเปิดได้ถูกจังหวะอยู่ ตอนแรกก็กลัวว่าซาวน์จะมาไม่ถูกเรื่องราวกับครึ่งที่เปิดตัวผู้แสดงอยู่เสียอีก ถ้าหากดูในด้านการแสดง ต้องนับว่าดาราบุคคลอื่นนอกเหนือผู้ที่โอเคอยู่แล้ว แสดงดียิ่งขึ้นมาหน่อยนึง ไม่เคยรู้ด้วยเหตุว่าการบิ้ว ภายหลังมีคนตายไปทีละคนๆของตัวเรื่องเองหรือไม่ ที่พาให้คิดว่าเขารวมทั้งคุณพวกนั้น เล่นได้ดิบได้ดีขึ้น

เมื่อผู้แสดงตายทีละคนๆกระทั่งแทบหมดวง รวมทั้งเหลือคนอยู่กรุ๊ปสุดท้ายแล้ว บรรยากาศค่อนข้างทำออกมาได้ดิบได้ดี น่าสงสัย หวาดระแวง ไม่น่าเชื่อ และไม่น่าไว้ใจผู้ใดทั้งมวล ถ้าหากผู้กำกับ หรือมือตัดต่อทำให้บรรยากาศเหล่านี้มีตั้งแต่ว่าในตอนที่เรื่องเริ่มเกิดขึ้น อาจจะส่งผลให้การแสดงที่ไม่ถึงขั้นของคนผู้คนจำนวนมากในเรื่องถูกละเลยไปได้ก็เป็นได้ แต่ว่าก็โชคร้าย ที่บรรยากาศนี้อยู่เพียงแค่ตอนระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น

ถึงแม้หัวข้อนี้จะดูอย่างกับว่าเป็นอาถรรพณ์ของสิ่งลี้ลับในป่าดงพงไพร แต่ว่าดูราวกับว่า…ความเป็นจริงแล้วจะเป็นฝีมือของคนเราเป็นๆที่ยังมีลมหายใจ (แน็ก ชาลี ให้สัมพาษณ์เอาไว้วภาพยนตร์หัวข้อนี้มิใช่หนังผี) ซ้ำร้าย…อาจอยู่ในฝูงคนทั้งยัง 10 เองอีกด้วย แต่ว่าตอนจบกลายเป็นปลายเปิด ปล่อยให้คิดกันเอาเอง แม้จะมีการใบ้เอาไว้เปลี่ยนๆรวมทั้งตาม นี่อาจเป็นสิ่งที่คณะทำงานสร้างขึ้นมา ด้วยเหตุว่าต้องการที่จะให้ผู้ชมเก็บไปถก รวมทั้งคิดเองกันอย่างบ้าเลือดส์ แต่ว่าเสียใจด้วย…มันเป็นสิ่งที่ให้เก็บไปคิดต่อได้อย่างแป๊กเอามากๆซึ่งมันไม่น่าเก็บไปคิดต่อขนาดนั้น

หัวข้อนี้ขอไม่ให้คะแนน ตกลงว่าไม่ถึงครึ่งเดียวของคะแนนเต็มตามใจเป็นพอ
ถ้าหากเข้าไปมองแบบคาดหมายหนังลุ้นระทึก หาตัวฆาตกร แอคติ้งดารา ผ่านไปได้เลยครับผม
แต่ว่าถ้าหากไม่คาดหมายอะไร (ราวกับผม) อาจมองพอกล้อมแกล้มไปได้

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นตัวตกลงใจให้ผู้ที่ไม่เคยมอง เลือกได้ว่าจะไปดูหรือเปล่านะฮะ
ส่วนผู้ที่มองมาแล้ว คิดยังไงกับหัวข้อนี้กันบ้างครับผม ถ้าหากต้องการคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ครอบสปอยล์ไว้ด้วยนะ
ผมมีปริศนาจะมาถามท่านที่มองมาแล้วเหตุว่า…

Who ปิดป่าหลอน

หนังเวียดนามกุมารทอง ราคะ-เฮี้ยนพิธีกรรม

KUMANTHONG

กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน

นานๆครั้งที่หนังเวียดนามจะได้โอกาสเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราแบบวงกว้างและก็ได้รอบฉายออกจะมากมาย แถมยังเข้าฉายทั้งสองระบบคือบอกภาษาเวียดนามและก็ฉบับบรรยายไทยอีกต่างหาก

กุมารทองคำ KUMANTHONG (Thất Sơn Tâm Linh) ฉบับหนังเวียดนามเรื่องนี้ ได้รับแรงผลักดันมาจากเรื่องราวจริงในสมัยก่อน โดยตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอับโชคอย่าง ซอย (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้และก็หูหนวกที่ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกของปากแม่น้ำโขง ชีวิตของเธอไม่มีอะไรพิเศษนัก จนกว่าวันหนึ่งมีชายไม่รู้จักที่เดินทางล่องเรือมาจอดที่หมู่บ้าน เขาชื่อ ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) ที่อ้างตัวเองว่าเขาเป็นหมอผีและก็คนทรง ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือคนภายในหมู่บ้านจากการโดนมนต์ดำและก็ไสยเวทหลายราย กระทั่งราษฎรเริ่มเชิดชูฮวนอย่างรวดเร็ว
กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน 1-1
ไม่นานนักฮวนเริ่มคลั่งไคล้ในตัวซอย ทำให้เขาตัดสินใจขอเธอแต่งงาน เริ่มต้นซอยรู้สึกโชคดี แต่ไม่นานนักเธอเริ่มศึกษาและทำการค้นพบว่าความรักคราวนี้มากับจุดหมายแอบแฝง เมื่อเธอได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าสามีของเธอนั้นมีสมัยก่อนอันลึกลับ และก็กลยุทธ์ร้ายที่ เขาจะใช้ชีวิตมนุษย์เซ่นสังเวยเพื่อประกอบพิธีกรรมบางสิ่งให้บรรลุผล แล้วเธอจะเอาชีวิตรอดเช่นไรเมื่อค้นรอบตัวไม่มีใครเชื่อ “สาวใบ้” อย่างเธอเลยสักคน
หากแม้กุมารทองคำ KUMANTHONGจะมีวิธีการดำเนินเรื่องที่ดูเชยๆแต่ด้วยความจริงใจ ใสซื่อและก็พรีเซนเทชั่นทุกสิ่งทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา ชัดตามสไตล์ “หนังไทยโบราณ” เช่น นางเอกที่ช่วยเหลือตัวเองมิได้ สาวตัวร้ายที่เปิดเผยจริตความมารยาสาไถยให้คนดูมองเห็นตั้งแต่แรก คนที่อยู่รอบข้างนางเอกที่ดูไร้ความฉลาด ตัวร้ายในรอยเปื้อนพระเอก เป็นต้น สิ่งกลุ่มนี้ถูกนำไปผูกอยู่กับวิถีแนวความคิดที่ว่า “เกิดเป็นหญิงตามที่เป็นจริงทุกข์ยากลำบาก” ได้อย่างน่าสนใจ
เราจะมองเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าซอย เป็นสาวใบ้ที่ถูกสังคมกลั่นแกล้งไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่มองเห็นเธอเป็นตัวขำขัน ราษฎรที่มองเธอ “ต่ำ” กว่าคนธรรมดาทั่วไป (บ่อยมากชอบมีประโยคที่ว่า “คนเป็นใบ้จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร”) แถมการที่เธอแต่งงานกับฮวน ยังถูกบรรดาผู้หญิงแซ่บๆบุคคลอื่น มองเธอว่า ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีมากกว่าตัวเองกระทั่งถูกสตรีกลุ่มนี้ลบหลู่ดูหมิ่นด้วยสายตาบ่อย มิหนำซ้ำ หนังยังปรากฏฉากที่ ซอยวิ่งหนีฮวนด้วยความกลัว ภายหลังจากศึกษาและทำการค้นพบความจริงอันน่าตกใจที่ว่าผู้หญิงที่ล่องหนไป แปลงเป็นศพนอนหัวขาดอยู่ใต้ถุนบ้าน การที่ซอยวิ่งมาอ้อนวอนจากบิดา แต่โดนสามีตัวเองมาลากตัวกลับไปอยู่บ้านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างเฉย ฉากกลุ่มนี้เป็นเรื่องราวสะท้อนจิตใจและก็ทำให้คนดูเห็นอกเห็นใจผู้แสดงซอย ว่าเธอโดนสังคมรังควานในทุกต้นแบบเลยก็ว่าได้
กุมารทอง ราคะ เฮี้ยน 1-2
แน่นอนว่าการที่คนดูได้มองเห็นนางเอกโดนกระทำย่ำยีมาตลอดทั้งเรื่อง ตอนจุดสำคัญที่เธอจะต้องเอาชีวิตให้รอดจากสามีของตน จึงนับว่าเป็นไฮไลท์ที่จัดได้ว่าตื่นเต้น น่าเอาอกเอาใจช่วยผู้แสดงอย่างแท้จริง และก็ยังเปิดเผยความจริงที่ว่าท้ายที่สุดแล้วต่อให้สังคมรังควานเธอเพียงใด ผู้หญิงใบ้อย่างซอยก็จะต้องสู้ยิบตา เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดต่อไป
ถ้าผู้ใดกันต้องการจะทดลองสัมผัสหนังเพื่อนบ้านของเราในโรงภาพยนตร์ นี่คือจังหวะที่ไม่น่าพลาด เนื่องจากว่านานคราวปีครั้งถึงจะมีความสนุกสนานจากเวียดนามมาขึ้นจอใหญ่ครับผม

กุมารทองคำ

KUMANTHONG

รีวิววิจารณ์หนังหนังยุทธเลิศ

มือปืน โลกพระจัน 2

ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แต่พอดูก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี
หนังมาพร้อม High Concept สูงมาก มีความทะเยอทะยานสูง ทั้งการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน กระทั่งถึงพระผู้เป็นเจ้า การผลิตมนุษย์ แต่ดูแล้วเหมือนเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แต่หนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะตลกก็ไม่ตลกเต็มเปี่ยม / จะเอาจริงเอาจัง ก็ไม่ซีเรียสเต็มเปี่ยมอีก ดูทีเล่นทีจริงไปหมด
เวลาที่ผลงานปัจจุบัน ก่อนหน้าที่ผ่านมาของผู้กำกับยุทธเลิศเลอ อย่าง ดอกฟ้าหมาแจ๊ส ที่ไฮคอนเซ็ปต์แบบเดียวกัน (ย้อนเวลา) กลับทำได้ดียิ่งกว่ามาก เพราะว่ามันไม่เล่าเกินกำลัง คำพูดตลกหน้าเฉยก็ลงตัวกับเส้นเอาจริงเอาจังของมัน เลยชอบ “ดอกฟ้าหมาแจ๊ส” กว่ามากๆ
แต่มือสังหาร2 มุขหน้าเฉยมันล้น เหมือนอยากหน้าเฉยแต่คาเฟ่ ต้องการจะเอาจริงเอาจัง แค่ก็เหมือนคุยโว เลยไม่มีอะไรลงตัวทั้งหมดทุกอย่าง

ฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมามั่วๆ ยิงกันก็ไม่ดุดันอะไรเลย ฉากยิงกันใน “มือสังหารดาวพระเสาร์” ยังดุดัน มีเลือดกระจายกว่า (ไม่นับมือสังหารเดิม ที่ทำแอ็คชั่นออกมาดี เพราะว่าหนังมาเวย์ตลกแอ็คชั่นเต็มตัวอยู่แล้ว)
สิ่งที่ดี ที่พวกเราสัมผัสได้ จากหนังประเด็นนี้ มี 3 สิ่ง
1. เส้นดราม่า โจ๊กโซคูล กับกิ๊บซี่ที่ อยากพาคู่รักใกล้ตาย ไปดูแสงเหนือ (เห็นชัดว่ายุทธเลิศเลอยังเล่าดราม่าเล็กๆก้าวหน้า)
2. Setting ประเทศไทยหิมะตก ที่ดูแปลกตา และไม่ค่อยเห็นในภาพยนตร์ไทยเรื่องไหน
3. เพลงประกอบ ตราบผงดิน เวอร์ชั่น ลำไยไหทองคำ ทำออกมาเป็นเพลง Dance ดีเยี่ยม / ไม่ใช่แดนซ์แบบสายย่อสายตื๊ดนะ เป็นออกมาอินเตอร์เหมือน EDM ที่ได้อิทธิพลแบบ 90’s และก็มีปู่คะนร้องเนื้อหลักเสียงสูง มีลำไยร้องคู่ เป็นคอรัสเสียงต่ำ ซึ่ง ดีมวากกกกกก ชอบสุดเว้นเสียแต่ 3 ข้อบนแล้ว ที่เหลือพวกเราก็ไม่จดจำอะไรอีก

มือปืนโลกพระจัน 2

Sodemacom Killer

หนังใหม่2019หนังสนุก

ผีอยากเป็นลูกคน

Stray1

การที่มีหนังจากรัสเซียมาเข้าฉายในบ้านพวกเรา ก็ถือว่าเป็นหลักสำคัญให้น่าสน ว่าน้านนานจะมีหนังจากรัสเซียมาสักเรื่อง ก็ย่อมเป็นหนังที่มีอะไรดี ถ้าเกิดไม่ปัดกวาดรางวัลในบ้านมามากมาย ก็จำเป็นต้องทำเงินถล่มทลายถึงได้นำออกไปขายตลาดต่างแดน เหมือนกับ Stray หรือชื่อรัสเซียว่า Tvar แปลว่า “สิ่งมีชีวิต” ดัดแปลงแก้ไขมาจากนิยายตื่นเต้น ผลงานกวีของ ‘แอนนา สยี่ห้อโรบิเนท ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น สตีเฟน คิง แห่งรัสเซีย ตัวเธอพึ่งจะได้รางวัล ผู้ประพันธ์ดีที่สุด จากเวที European Science Fiction Award ปี 2018 มาได้ด้วย

ส่งผลให้ Stray เป็นหนังสยองขวัญรัสเซียเรื่องแรกที่ที่สามารถขายไปได้ถึง 30 ประเทศ ฟังดูดีนะครับ ว่าหนังน่าจะให้รสแปลกใหม่กว่าหนังสยองขวัญฮอลลีวูดที่สร้างกันออกมาแทบจะล้นตลาด รวมทั้งเป็นไปตามคาดครับผม Stray แปลกใหม่จริงครับผม มันคือหนังสยองขวัญที่ไม่มีฉากสยดสยองเลย ไม่มีฉากไหนที่เชิญชวนให้ลุ้นระทึกอย่างที่เคยชิน ว่าเดี๋ยวจำเป็นที่จะต้องตกอกตกใจ หรือเชิญชวนให้จำเป็นต้องเอามือปิดตา มิได้ตกอกตกใจสักเฮือกกระทั่งอยากได้ฉากตุ้งแช่มาสักจึ้กหนึ่ง ทั้งที่พลอตเรื่องให้โอกาสให้ใส่ฉากสยดสยองได้มากมาย

เนื้อหาของหนังก็จำเป็นต้องกล่าวว่าไม่แปลกใหม่ เป็นพลอตที่ฮอลลีวูดสร้างกันมาไม่เคยทราบจำนวนกี่ครั้งแล้วกับการที่คู่ผัว-ภรรยา ไปรับอุปการะเด็กกำพร้ามา แล้วแปลงเป็นเด็กอันธพาล อิกอร์ แล้วก็พอลีนา เสีย “วานยา” ลูกชายวัย 6 ขวบ ไปด้วยอุบัตเเหตุรถยนต์ ผ่านมา 3 ปี พอลีนายังคงเศร้าหมองทำใจกับความสูญเสียมิได้ อิกอร์จึงพาพอลีนาไปสถานที่ดูแลเด็กกำพร้าเพื่อเลือกรับเด็กผู้ชายสักคนมาอุปถัมภ์ มีเด็กให้เลือกมากไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ว่าพอลีนาก็เจาะจงเลือกเด็กผู้ชายประหลาด แล้วก็ยิ่งกว่าประหลาดก็คือเด็กผู้ชายคนนี้ เป็นเด็กตัวเล็ก รูปร่างหน้าตาน่าขนลุก ผิวขาวซีดเผือด ศีรษะล้าน เนื้อตัวไม่มีขนสักเส้น ไม่กล่าว แต่ว่าแผดเสียงขู่แบบสัตว์ร้าย แถมมีเขี้ยวแหลมน่าขนลุก ที่สำคัญเด็กผู้ชายคนนี้อยู่ในที่เกิดเหตุ ข้าราชการชายในสถานสงเคราะห์ฆ่าตัวตายด้วยการใช้ปืนจ่อศีรษะตัวเอง

ที่ตรงนี้ล่ะครับผมที่อยากจะ เฮ้อออออ ออกมาดังๆหนังไม่พากเพียรอธิบายเหตุผลอะไรแม้แต่น้อยว่าทำไมพอลีนาถึงจำเป็นที่จะต้องเจาะจงเอาเด็กน่าขนลุกคนนี้กลับบ้าน ทั้งที่น่าขนลุก รวมทั้งอยู่ในที่เกิดเหตุมีคนเสียชีวิต ทั้งยังแม่ชี แล้วก็ตำรวจก็ถกเถียงว่าอย่าเอาเด็กคนนี้ไปเลย มันคือแผลร้ายแรงมากสำหรับหนังสักเรื่อง ถ้าเกิดเปิดเรื่องด้วยประเด็นหลักแล้วไม่มีซึ่งเหตุผลควร มันก็เลยสร้างความตะขิดตะขวงตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วบทหนังก็ยังไม่อาจจะทำให้คนดูเชื่อตามไปกับความประพฤติขวางโลกของพอลีนาได้ พอเพียงเอามาเลี้ยงเด็กแดนนรกก็ยังคงมีกิริยาเช่นสัตว์ร้าย อิกอร์ไม่เห็นพ้อง แล้วก็ร้องขอให้พอลีนาคืนเด็กกลับไปที่สถานสงเคราะห์แต่ว่าเธอก็ยืนกรานว่าจะเก็บเด็กไว้ แถมยังตั้งชื่อเด็กน้อยว่า “วานยา” ตามชื่อลูกที่เสียไป

Stray 2

หนังก็เดินเรื่องตามแบบนิยมของหนังสยองขวัญ ด้วยการให้อิกอร์สืบเสาะหาเบื้องหน้าเบื้อหลังเบื้องหน้าเบื้องหลังของเด็กอันธพาลรายนี้ แล้วก็หาคำตอบว่าทำไมผู้ดูแลถึงฆ่าตัวตาย ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่วางไว้ให้พวกเราอยากรู้คำตอบถึงที่มาของเด็กอันธพาล ซึ่งคำตอบก็นับว่าแปลกใหม่จากหนังฮอลลีวูด เพราะเหตุว่าคำอธิบายถึงตัวตนของเด็กอันธพาลนั้นพาเอาหลุดโลกกันไปเลย ซึ่งแปลก แต่ว่าไม่เคยทราบสึกเหวอหรืออึ้ง ก็ไม่เคยทราบว่าปัญหาที่เกิดกับหนังนี้มีมาตั้งแต่ต้นฉบับที่เป็นนิยายหรือมีการเสริมเติมแต่งโดย โอลก้า โกโรเด็ตสกายา ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เหมารวมตำแหน่งดัดแปลงแก้ไขนิยายมาเป็นบทภาพยนตร์เองด้วย แต่ว่าปัญหาสำคัญๆของโอลก้า เลย คือเขาไม่อาจจะสร้างบรรยากาศสยดสยองให้กับ Stray ได้แม้กระทั้งนิดเลย สร้างหนังสยดสยองแต่ว่าปราศจากความน่าขนลุกเลย ก็นับว่าสอบตกอย่างไม่น่าให้อภัยแล้วล่ะครับผม เอาว่าไม่ใช่แค่ประเด็นนี้หลักสำคัญเดียวที่ไม่มีเหตุไร้ผล แต่ว่าในเรื่องยังมีอีกมาก แต่ว่าหยิบมากล่าวถึงมิได้เพราะว่าเป็นการสปอยล์
อีกจุดที่รู้สึกอี๊มาก คือมาตรฐานซีจีของหนัง ทำออกมาแบบงี้แล้วเห็นได้ชัดว่าวิทยาการงานวิชวลเอฟเฟกต์ของรัสเซีย ตามหลังจีนอยู่ไกลห่างเลย ฉากโชว์ซีจียาวหลายวินาที แล้วไม่ใช่โชว์แบบมืดๆนะ แต่ว่าวางกันสว่าง เต็มหน้าจอให้เห็นจะๆกันไปเลย ว่างานของฉันกากแค่ไหน ทำไมกล้าอวดขนาดนั้นนะ
จะหาที่ไหนมาชื่นชมหนังได้บ้างนะ เอาเป็นงานแสดงแล้วกัน ตัวบิดามารดาน่ะพอเพียงผ่านๆไปได้ ไม่มีฉากจำเป็นต้องโชว์ความสามารถในการแสดงอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียวนัก แต่ว่าที่น่ากล่าวยกย่องคือตัวเด็กอันธพาลนั่นแหละ ที่จำเป็นต้องใส่ความเจริญเข้าไปในตัวเองมาก ตั้งแต่เป็นเด็กอันธพาลวิ่งแล้วก็เดินแบบ 4 ขา กลายมาเป็นผู้เป็นคนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่งตัวดี มีผมเผ้าแล้วก็เริ่มคุยติดต่อสื่อสารกับบิดามารดาอุปถัมภ์ หลายๆฉากจำเป็นต้องสื่อความอำมหิตผ่านทางสายตา ถือว่าบทนี้แบกรับภาระหน้าที่สำคัญของหนังเลยล่ะ

ผีอยากเป็นลูกคน

Stray (Tvar)

หนังญี่ปุ่นattack on titanการต่อสู้กับยักษ์ไททัน

ATTACK ON TITAN

attack on titan

ส่วนตัวแล้วผมได้ยินมาประมาณหนึ่งถึงความนิยมในมังงะและแอนิเมชั่นเรื่อง ATTACK ON TITAN แต่อย่างไรก็แล้วแต่หลังจากที่มีการประกาศสร้างหนังและมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสำคัญในหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหว “ชนชาติ” ตัวละครจากชาวยุโรปให้กลายมาเป็นญี่ปุ่นด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยถูกทำลงรายละเอียดของตัวละครและฉากหลังถูกเปลี่ยนแปลงไปพอควร อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อรายละเอียดปลีกย่อยในมังงะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว เท่ากับว่านี่เป็นการยกเครื่องใหม่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวการชูเอามังงะมาเทียบกับเวอร์ชั่นหนังก็ดูไม่ค่อยแฟร์นัก

จุดบอดประการสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นเป็นการที่หนังมีฉากหลังที่จัดได้ว่าออกจะ “สเกลใหญ่มาก” แต่เนื่องมาจากทุนสำหรับเพื่อการสร้างนั้นแม้จะเป็นหนังทุนสร้างสูงในประเทศญี่ปุ่นและตาม แต่มันก็ ยังไม่พอที่จะสร้างโลกข้างหลังกำแพงสูงให้ออกมาให้เราเห็นภาพรวมของเมืองมากยิ่งกว่าจะให้คนดูเห็นแต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆที่ดูคล้ายกับบรรดาบ้านในภาพยนตร์จีนกำลังภายใน และยังรวมไปถึงเมืองชั้นในที่ดูผ่านๆและมิได้ให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่ามันเป็น “เมืองจริงๆ” ยิ่งไปกว่านั้นการที่หนังไปเลือกโลเคชั่นสำหรับเพื่อการใช้ “เกาะฮาชิมะ” อันเป็นเมืองร้างและเป็นอาคารสูงที่ดูดำทะมึนน่าสยดสยอง (ที่เดียวกับที่หนังไทยเรื่องขำๆชิมะโปรเจ็คไปถ่ายทำ) กลับยิ่งทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องแบบสถาปัตยกรรมในโลกของ ATTACK ON TITAN สักเท่าไหร่ (เพราะหลายสไตล์อย่างมาก) attack on titan

attack on titan 1-1
ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบตัวละครในหนังหัวข้อนี้จัดได้ว่าออกจะมีความน่าเบื่อหน่ายสูงมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นตัวหนังมิได้ให้เวลาสำหรับเพื่อการให้ผู้ชมมีโอกาสทำความรู้จักตัวละคร จริงอยู่ที่เราบางทีก็อาจจะได้ทราบจักเอเลนผ่านฉากที่เขาพยายามจะเชื้อเชิญมิคาสะไปที่กำแพงเมืองรวมทั้งถามถึง “โลกข้างหลังกำแพง” สะท้อนให้มีความเห็นว่าตัวละครเอเลนนั้นมีความมะทะลุ ถูกใจถามและพยายามออกมาจากกรอบที่สังคมวางเอาไว้

แต่ว่ายังไม่ทันจะได้เปิดหูเปิดตายักษ์ไททันในตำนานก็เผยตัวขึ้นและพังทลายกำแพงชั้นนอกเพื่อเปิดช่องให้ไททันตัวเล็กตัวน้อยบุกเข้ามาในกำแพงเมืองและไล่กินมนุษย์ในเขตเมืองชั้นนอกซึ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทำลายบ้านเมือง พูดได้ว่าเป็นการรุกรานที่ฆ่าล้างบางกระทั่งมนุษย์ที่เหลือรอดตายต้องหนีไปยังเมืองชั้นในที่เป็นเขตเศรษฐกิจ
attack on titan 1-2
ตัวหนังกระโดดข้ามช่วงเวลาไปสองปีเอเลนได้อยู่ในกรุ๊ปทหารที่ต้องเดินทางออกไปปราบไททันในเขตเมืองชั้นนอก เพื่อหาทางปิดช่องกำแพงเมืองเพื่อไม่ให้ไททันตัวอื่นๆบุกเขามาได้อีก ภารกิจต่อจากนี้เป็นการที่บรรดาตัวละครในหนังต้องหาทางต่อสู้และเอาชีวิตรอดจากยักษ์ไททัน ซึ่งตัวหนังก็เล่าออกมาได้ในแบบสูตรสำเร็จตามแนวหนังไล่เฉือนตัวละครเป๊ะๆเพียงแต่ว่าตัวละครในหนังหัวข้อนี้มีความโง่งม โง่ และมีพฤติกรรมเอาชีวิตรอดที่ออกจะไร้สติพอกับหนังญี่ปุ่นภาคต่ออย่าง BATTLE RPYALE ภาค 2 ซึ่งเว้นเสียแต่คนดูยังแทบจะจำชื่อจริงละครมิได้แล้ว ยังอยากจะให้พวกเขาตายๆให้พ้นหน้าจอหนังไปไวๆเสียรู้

ผ่าพิภพไททัน

Attack on Titan

หนังออนไลน์มันส์ๆattack on titan2เปิดฉากสงครามครั้งสุดท้าย

ATTACK ON TITAN

attack on titan part 2

หลังจากมองภาคแรกจบไปแล้วโดยที่ไม่ทราบเรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาก่อน ผมก็ตั้งตาคอยภาคจบเพื่อจะมองว่ามันจะขมวดปมทั้งหมดยังไง ด้วยเหตุว่าภาคแรกหากมองข้าม CG ที่เอาคนวางเดินบน bluescreen แล้วตัดต่อเป็นไททันแม้กระนั้นออกมาเสมือนยักษ์ในหนังจักรๆตระกูลๆก็ถือว่าทำได้ดีพอเหมาะพอควร ด้วยรายละเอียดและก็ความมันส์หลายๆอย่างรวมกัน เพียงพอมาภาคสองก็เลยจำเป็นต้องมองว่าสุดท้ายแล้วจะมันส์กว่าภาคแรกมั๊ย และก็จะจบยังไงหนังออนไลน์มันๆ

หนังเปิดเรื่องด้วยการเล่าเกริ่นย้อนไปในภาคที่แล้วนิดเดียวเพื่อเรียกความจำของคนดู และจากนั้นก็เข้าเนื้อหากันเลยในทันที ด้วยเหตุว่าหนังปูมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว คนดูเข้าใจแล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แม้กระนั้นหนังกลับพลิกข้อความสำคัญจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยเน้นในเรื่องเกี่ยวกับการมานะเอาตัวรอดของคนเราจากไททันทั้งหลาย กลายมาเป็นหนังเกี่ยวกับการเมืองชนชั้นการปกครองซะแบบงั้น ซึ่งข้อเด่นของเนื้อเรื่องที่มีมาจากภาคแรกถูกเอาทิ้งหมด
attack on titan part 2 1-1
ในภาคนี้พวกเราแทบจะมองไม่เห็นยักษ์ไททันเลย เห็นแค่เดินผ่านไปผ่านมา แม้กระนั้นมิได้แสดงอิทธิฤิทธิ์อะไรให้มองน่าสยดสยองเลย ตัวยักษ์ไททันที่พวกเราจะได้เห็นในภาคนี้แปลงเป็นอุลตร้าแมนแปลงตัวมาสู้กันให้พวกเรามอง เสมือนดูหนังยอดมนุษย์ ซึ่ง CG ตอนที่อุลตร้าแมนสองตัวออกมาก็มิได้เนียนอะไรมาก แค่เปลี่ยนแปลงจากยักษ์ไททันหน้าเอ๋อๆที่ดูอย่างกับว่ายักษ์จากละครจักรๆตระกูลๆช่อง 7 รุ่งอรุณ มาเป็นอุลตร้าแมนของช่อง 9 การ์ตูน ดูแล้วก็ขำดี แม้กระนั้นไอ้เจ้ายักษ์หน้าเอ๋อมันยังมองหลอนโรคทางจิตกว่ามองอุลตร้าแมนตีกันซะอีก แม้กระนั้น CG ในส่วนที่เจ๋งก็มีนะนะครับ ผมชอบตอนที่สู้กับไททันตาเห็นแป๊ะนายพล มันมองค่อยสมกับเป็น Computer Graphic หน่อย ซึ่งช่วงนี้เจ๋งที่สุดในเรื่องละ
attack on titan part 2 1-2
เรื่องอารมณ์ของหนังภาคนี้ก็มิได้มีอะไรดึงอารมณ์คนดูให้สนุกสนานตื่นเต้นตามได้แม้แต่น้อย อารมณ์หนังมันมองขัดๆกันตลอดทั้งเรื่อง คิดจะตัดก็ตัด คิดจะยืดก็ยืด อารมณ์ตัวละครก็เช่นกัน อยู่ดีๆคิดจะโหวกเหวกโวยวายก็แพล่มขึ้นมาซะแบบงั้น คิดจะซึ้งก็ซึ้งประทับใจ มันปราศจากความต่อเนื่องเลย ซาวนด์ประกอบก็มิได้ช่วยอะไรตัวหนังเลย จนกระทั่งผมสงสัยว่าเพราะเหตุใดภาคแรกกับภาคนี้มันช่างไม่เหมือนกันมากมายขนาดนี้ ภาคแรกทำมาซะดีมาตกม้าตายเอาภาคจบซะงั้น และก็ตอนท้ายมี End Credit ที่ให้รอดู แม้กระนั้นดูแล้วก็มิได้ทำให้ต้องการจะมองต่อเยอะแค่ไหน ด้วยเหตุว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรที่ส่งเสริมเรื่องราวเหล่านั้นเลย

Attack on Titan 2

ศึกอวสานพิภพไททัน

หนังแอ็คชั่นIron Man 1หนังยอดฮิต

IRONMAN

ไอรอนแมน1

วันนี้ผู้เขียนจะมารีวิวหนังซูเปอร์วีรบุรุษสุดสนุกของค่าย Marvel ที่มีชื่อว่า Iron Man (มหาประลัยคนเกราะเหล็ก) กำกับการแสดงโดย จอน แฟฟโรว์ เป็นหนังแนวแอคชั่นซูเปอร์ฮีโร ที่กวาดรายได้ถล่มทลายไปถึง 585.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงนำโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ รับบท (โทนี่ สตาร์ค),กวินเน็ธ พัล โทรว์ รับบท (เปปเปอร์ พอเพียงต),เจฟฟ์ บริดเจ็ดส์ รับบท โอบาไดห์ สเตน (ลุงของโทนี่ สตาร์ค) เทอร์เรนส์ โฮวาร์ด รับบท นาวาอากาศโท เจมส์ โรดส์ (คู่หูของโทนี่ สตาร์ค) จอน ฟาฟาโร รับบท แฮปปี้ โฮแกน (บริการ์ดผู็ซื่อตรงของโทนี่ สตาร์ค) รวมทั้งศิลปินสมทบอีกมากมายที่จะมาสร้างความสนุกสนานร่าเริงให้กับคุณในหนังแอคชั่นสุดสนุกเรื่องนี้
ไอรอนแมน1 1-1
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อดารานำชายของเรื่อง โทนี่ สตาร์ค (ไอรอน แมน) ได้ถูกกรุ๊ปผู้ก่อเหตุร้ายบุกโจมตีระหว่างเดินทางกลับจากการไปประชาสัมพันธ์อาวุธใหม่ที่เขาได้สร้างขึ้น จนได้รับเจ็บปางตาย พวกผู้ก่อเหตุร้ายได้ยื่นข้อเสนอให้เขาสร้างอาวุธที่ร้ายแรงให้ ตอนต้นโทนี่จะไม่ยอม แม้กระนั้นหมอที่ถูกพวกก่อวินาศกรรมจับไว้ได้ช่วยกล่าวกระทั่งเขายอม แม้กระนั้นความจริงแล้วโทนี่ได้แอบสร้างชุดเกาะมหาประลัยขึ้น โดยได้หมอที่ถูกผู้ก่อเหตุร้ายจับไว้เป็นผู้ช่วย ทั้งสองตกลงกันว่าจะร่วมมือกันเพื่อหนีออกไปจะเรือนจำ แม้กระนั้นเหตุการณ์ไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิด เพราะเหตุว่าในขณะที่ชุดเกาะกำลังจะเสร็จ พวกผู้ก่อเหตุร้ายได้กำเนิดความข้องใจรวมทั้งได้อุตสาหะที่จะบุกเข้ามา ในช่วงเวลานั้นหมอที่คอยช่วยโทนี่ ได้ยอมเสียสละใช้ตัวเองทำให้เสียเวลาพวกผู้ก่อเหตุร้ายไว้ เพื่อวิธีการทำชุดเกาะเสร็จ ภายหลังที่ชุดเกาะเสร็จ โทนี่ก็ได้เจอหมอในสภาพเจ็บหนัก ภายหลังที่เสวนากับโทนี่ไม่กี่คำหมอก็สิ้นใจตาย ทำให้โทนี่กำเนิดความโมโหกระทั่งบุกโจมตีพวกผู้ก่อเหตุร้ายอย่างคุ้มคลั่ง รวมทั้งได้ใช้ไอพ่นจากชุดเกาะพุ่งทะยานตัวหนีจากเรือนจำได้เสร็จ ไอรอนแมน 1

ไอรอนแมน1 1-2

ข้อดีของหนังเรื่อง IRONMAN มหาประลัยคนเกราะเหล็กก็คือ ในด้านซีจีรวมทั้งสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ทำออกมาได้ดีมากๆดังเช่นในฉากตอนสวมชุดเกาะ รวมทั้งการบินไปในอากาศรวมทั้งฉากการต่อสู้ในแต่ละฉาก ซึ่งทำได้ดีที่สุดจับผิดมิได้เลย รวมไปถึงการเดินเรื่องตั้งแต่ต้นกระทั่งจบ ก็มีความแน่ชัดดูแล้วเข้าใจง่าย รวมทั้งด้านดนตรีประกอบฉากก็ทำออกได้บันเทิงใจสนุกเร้าใจ รวมทั้งการสอดแทรกมุขตลกของหนังที่มีให้มองอยู่เป็นประจำทำให้ดูแล้วไม่เครียด ดังเช่น ฉากที่โทนี่ทะเลาะกับพวกหุ่นยนต์ตอนสร้างชุดเกาะดูแล้วตลกขบขันมาก

ข้อผิดพลาดของหนังก็คือ เกลียดชังการให้บทกับโทนี่ สตาร์คควรมีเตาปฏิกรอาร์คอยู่ในอก มันทำให้ดูแล้วหมดกำลังใจรวมทั้งน่าสังเวชมากๆอันที่จริงแล้วไม่ต้องมีก็ได้ รวมทั้งข้อผิดพลาดอีกข้อก็คือ ดารานำชายคงจะเก่งกว่านี้เพราะเหตุว่าเท่าที่มองกว่าจะชนะได้เกือบตาย

สรุปภาพรวมของหนังเรื่อง IRONMAN มหาประลัยคนเกราะเหล็ก เป็นหนังแอคชั่นที่สนุกรวมทั้งบันเทิงใจมากๆไม่ว่าจะเป็นในด้านการดำเนินเรื่องราวที่ชักชวนให้ติดตาม บวกกับซีจีรวมทั้งสเปเชียลเอฟเฟกต์นับว่าทำออกมาได้ดีเจ๋งมากๆสมแล้วที่สร้างรายได้มากมาย ผู้ใดกันแน่ผู้ที่ถูกใจดูหนังซูปเปอร์วีรบุรุษของค่ายMarvel จึงไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้เด็ดขาด

IRONMAN

มหาประลัยคนเกราะเหล็ก

 

ซีรีส์จีนReviewดาบมังกรหยก 2009

ดาบมังกรหยก2009

The Heaven Sword and Dragon Saber (2009)

พวกเราเคยดูมา 2 เวอร์ชั่น แต่เนื่องจากว่าพวกเราเป็นวัยรุ่น เลยถูกใจเวอร์ชั่น 2003 ที่สุด ที่ซูโหย่งเผิงเป็นดารานำชาย เจียจิ้งเหวินเป็นนางเอก ผู้แสดงดูดีผู้คนจำนวนมาก บทก็เด่น คำบอกเล่ามีอถรรส กินใจ บางเวลามีมุกขำๆบ้าง ฉากบู๊ก็ดูสนุกสนาน ฉากรักก็ซึ้งกินใจ
แต่เวอร์ชั่นนี้ ที่เติ้งเชาแสดงเป็นเตียบ่อกี้ อันอวี่เซียนแสดงเป็นเตี๋ยเมี่ยง ดูมาแทบครึ่งเรื่อง ห่วยแตกหลายมิติจริงๆ
เริ่มจาก…1.เตียบ่อกี้ พวกเราว่าเขาเค้าหน้าไม่ดี รวมทั้งไม่มีเสน่ห์สำหรับเพื่อการแสดงนะ การสื่อสารทางสายตายังมิได้ บางบทควรแสดงอารมณ์ก็ดันทื่อๆซะงั้น บทสำหรับพูดใช้การไม่ได้เลย บทบู๊ก็พอหยวนๆได้ ไม่ค่อยสมควรจะเป็นเตียบ่อกี้ เนื่องจากว่ารู้สึกซึมๆเฉยๆแข็งมากมายว่าจะอ่อนโยน นุ่มนวล ตามแบบฉบับ…
(เตียบ่อกี้ฉบับซูโหย่วเผิง เขาตัวเล็กก็จริง เค้าหน้าไม่หล่อจัด แต่น่ารัก แววตา รวมทั้งบุคลิกมีเสน่ห์ กระปรี้กระเปร่า ดูแล้วเชื่อว่าเป็นเพศชายที่อบอุ่น จริงใจ รวมทั้งอ่อนไหวง่าย)
2.เตี๋ยเมี่ยง พึ่งได้มองเห็นไม่กี่ฉาก ยังติติงมิได้มากมาย แต่ถ้าเกิดเปรียบเทียบเค้าหน้า ก็ยังไม่สวยพอ ออกมาตอนแรกๆดูโหด เจ้ายศเจ้าอย่าง เย็นชา โอหังๆยังไงไม่รู้
(เตี๋ยเมี่ยงฉบับเจียจิ้งเหวิน ให้ความรู้สึกตลบตะแลง แสบ กะล่อน แต่ยังซ่อนเร้นความรั้น น่ารัก มีเสน่ห์ พวกเรามองเห็นนางเอกแล้วรู้สึกเฉยๆอ่ะ ไม่ติดใจ)

The Heaven Sword and Dragon Saber (2009) 1
3.จิวจี้เยี๊ยก พวกเราว่าคนนี้งามนะ อาจดูแก่ไปหน่อย การแสดงใช้ได้เลย เทียบกับเกาหยวนหยวน พวกเราว่าก็โอเค ถูกใจแบบทั้งคู่คนเลย
4.ฮึงหลบ เวอร์ชั่นนี้ราวกับเด็กไม่เต็มบาท ปุ๊กหุ่ย น่ารักใช้ได้ เกลอเจียว ก็พอผ่าน (แต่ถูกใจคนก่อนมากยิ่งกว่า)
5.เหล่าพรรคพวกเม่งก่า เค้าหน้าแต่ละคน ต้องกล่าวว่าเปรียบเทียบเวอร์ชั่นก่อนมิได้จริงๆสำนักบู๊ตึ๊งน่าผิดหวังมากมายๆๆๆเอาชุดฉ้วนจินก่าของภาคจอมยุทธอินทรีมาใส่เพราะเหตุใด แม่ชีมิกจ้อจะสาวไปไหน เตียซำฮงน่าสะพรึงกลัวไปนะ ดูขาดๆเกินๆทั้งปวงเลย
6.ป่วยกับบทสำหรับพูดมากมาย เทียบกับเวอร์ชั่น 2003 แล้ว คำบอกเล่ายังมีเสน่ห์ รื่นหูกว่าเยอะ บทสำหรับพูดหลายประโยคของประเด็นนี้ ใช้ไม่ได้เลย เหมือนไม่ใช่หนังจีนดาบมังกรหยก

7.ฉาก ภาพพื้นหลัง เอฟเฟคต่างๆมันออกจะจินตนาการโอเว่อร์ไปแล้วล่ะ แบบปกติยังดูน่าสนุกกว่าอีก
8.บท เปลี่ยนแปลงหลายฉากเหมือนกัน ก็รู้เรื่องว่าต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่พวกเราว่ามันเว่นเว้อ ยืดเยื้อไปแล้วล่ะ ตัดต่อได้ไม่สนุกเท่าที่ควร
รู้ดีว่าเวอร์ชั่นนี้ ทุนสร้างต่ำที่สุด แต่การคัดสรรผู้แสดงน่าจะเอาที่ดีกว่านี้มาได้นะ ดูไปก็บ่นไป (บางเวลาก็ขำกลิ้ง) แต่เนื่องจากว่าเป็นแฟนตัวยง เลยต้องดู
คนไหนกันเป็นอย่างพวกเราบ้าง มาเมาท์กัน อย่าว่าพวกเรามากเรื่องนะ พี่ชายพวกเราก็คอกำลังภายใน ดูพร้อมด้วยพวกเรา ยังส่ายหน้าแทบทุกตอน

ดาบมังกรหยก

The Heaven Sword and Dragon Saber

 

หนังน่าดูรีวิว Avengers: Endgame

Avengers Endgame

Avengers ENDGAME 1

ตกลงว่า ไม่ว่าใครจะถือว่ามากมายหรือน้อยขนาดไหน ถือว่าเป็นการสปอยล์หนังหรือเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องหรือไม่และก็ยังไง ชื่อหนัง Avengers Endgame ผลงานกำกับของสองลูกพี่ลูกน้องรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างทนโท่ว่า นี่เป็นตอนสุดท้ายหรือผลสรุปของอภิมหาตำนานปกป้องรักษาจักรวาลและก็โลกของเหล่าซูเปอร์วีรบุรุษ (นับจำนวนไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นและก็กล่อมเกลี้ยงมายาวนาน สิริแล้วกินเวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งมวล 22 เรื่อง

และก็อย่างที่รู้กันว่า Avengers Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้ไม่ยากก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการสานต่อเนื้อหาของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างจำพวกที่แทบไม่หลงเหลือความมุ่งมาดใดๆให้กับผู้ชมอเวนเจอร์ 4

บรรยายสรุปอย่างท้อถอย เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษทั้งทีมอเวนพบร์สและก็ทีมกัปตันอเมริกา (ซึ่งผิดใจในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) จบลงด้วยความปราชัยอย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตัวเองนอกโลก แม่ทัพนายกองคนจำนวนไม่น้อยจำต้องเปลี่ยนภาวะเป็นเถ้าละออง เพราะเหตุว่าพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมวายร้ายผู้ครอบครองถุงมือมหาประลัย ซึ่งประดับประดาไว้ด้วยเพชรนิลจินดาครอบครองโลกอีกทั้ง 6 ก้อน หรือแม้จะกล่าวให้ครบสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษประมาณครึ่งค่อนที่มอดม้วยมรณา แต่ว่าครึ่งหนึ่งของทุกๆชีวิตในระบบกาแล็กซีก็จำต้องพลอยเสียชีวิตไปด้วย จากแนวนโยบายอันใจยักษ์และก็โหดร้ายของจอมบงการธานอส ผู้ซึ่งคิดว่านั่นเป็นวิถีทางเดียวที่จะพิทักษ์รักษาให้จักรวาลกลับคืนสู่ความสมดุลและก็อยู่รอด

Avengers ENDGAME 2

พูดง่ายๆในทางของการเล่าเรื่อง Avengers: Endgame ไม่มีทางเลือกมากสักเท่าไรนัก เว้นเสียแต่เก็บชิ้นส่วนที่หักพังและก็ร้าวฉานจากภาคก่อนหน้า และก็เบาๆเอามาประสานให้เข้ารูปเข้ารอย และก็ในขณะที่การเริ่มต้นพูดถึงเนื้อหาของหนังเรื่อง Avengers: Endgame สุ่มมีความเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาว่าเฉลยเงื่อนหรือจุดหักเหสำคัญของเรื่อง ว่ากันตามจริง แท็กติกและก็วิธีการที่คนทำหนังพาเหล่าตัวละครออกไปจากมุมอับในช่วงท้ายของตอนก่อนหน้า และก็เป็นจุดเริ่มต้นของตอนนี้ เว้นเสียแต่มิได้เป็นของแปลกใหม่ ยังเป็นลูกเล่นเดียวกันกับหนังเกรดบีแนว Cliffhanger ในช่วงทศวรรษ 1950 ไม่มีผิดเพี้ยน หรือระบุให้แจ่มชัดอีกนิด จุดเริ่มต้นเนื้อหาของ Avengers: Endgame มิได้มีสถานะเป็นความลับเท่ากับเซอร์ไพรส์ ซึ่งว่าไปแล้วผู้ผลิตก็ทิ้งประเด็นไว้ใน End Credit ของในช่วงเวลาที่แล้วพอสมควร และก็น่าเชื่อว่ามิได้เป็นเรื่องเหนือความหวังสำหรับเหล่าสาวกมาร์เวลสักมากแค่ไหน แต่กันตามจริง คนทำหนังจำต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้วเพื่อให้เรื่องดำเนินไปต่อได้ ใจความสำคัญก็เลยอยู่ที่ว่ามันดูแนบเนียนและก็สมเหตุสมผล หรือเป็นเพียงแค่การคิดคดทรยศผู้ชมอย่างหน้าไม่อาย ซึ่งในกรณีของ Avengers: Endgame ก็อาจจะจำต้องบอกว่าคนทำหนังสามารถเอาชีวิตรอดไปได้อย่างลอยนวล

Avengers Endgame

อเวนเจอร์ส เผด็จศึก