จากกรณี ส.ต.ต นรวิชญ์ บัวดก ผู้บังคับบัญชากลุ่ม กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองควบคุมดูแลและควบคุมฝูงชน(กิโลกรัม1 บก.อคฝ.) ขี่บิ๊กไบค์ยี่ห้อ มองค้างตำหนิ รุ่นมอนสเตอร์ ทะเบียน 1กผ9942 เชียงราย ชนกับ พญ.วราลัคน์ สุภการปฏิบัติจริยากุล หรือ หมอกระต่าย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา สาขาวิชาจักษุวิทยา ภาควิชาแพทยศาสตร์ จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย กระทั่งส่งผลให้เสียชีวิต

ปัจจุบันมีการเผยข้อมูลอื่นๆจากผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นคนสนิทของหมอกระต่าย ที่กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ หมอกระต่ายกลายเป็นศพนิรนามอยู่นานถึง 2 ชั่วโมง เพราะเหตุว่าตำรวจเก็บหลักฐานพิสูจน์ตัวตนไปไว้ที่สถานีตำรวจทั้งสิ้น กว่าจะรู้ข่าวว่าเจ้าตัวเสียชีวิต จำต้องรอให้ทางโรงหมอโทร.ตามมาเข้าเวร ตำรวจซึ่งเป็นคนรับสายก็เลยแจ้งว่าหมอกระต่ายประสบอุบัติเหตุ ทั้งที่โดยทั่วไปแล้ว หลักฐานรับรองตัวตนต่างๆช่วยเหลือควรต้องนำส่งให้โรงหมอเพื่อติดต่อเครือญาติ ก็เลยชี้ว่าจุดนี้มีความผิดธรรมดาอย่างมากมาย

ข้อความทั้งสิ้นกล่าวว่า

หมอกระต่าย เปลี่ยนเป็นศพนิรนามที่โรงหมออยู่ 2 ชั่วโมง เพราะเหตุว่าตำรวจเก็บหลักฐาน ID ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไว้ที่ สน. เข้าใจเพราะเหตุว่า รพ. อีกที่โทร.ตามให้ไปเฝ้ายาม ตำรวจมันเลยพูดว่าเกิดอุบัติเหตุ แล้ว รพ. /อาจารย์ก็โทร.ไปถามฉุกเฉินที่ รพ. ต่างๆกระทั่งมาพบที่ราชวิถี

ถ้าหากไม่โดนโทร.ตามไปเฝ้ายาม เป็นคงตายไปเฉยๆเปลี่ยนเป็นศพไม่มีเครือญาติไม่เคยทราบชื่อ คนผิดลอยนวล ธรรมดาแล้ว สมัครใจหรือพยาบาลกู้ชีพ จะเก็บเอกสารผู้ประสบอุบัติเหตุมาโรงหมอเอามาให้หมอติดต่อเครือญาติ แม้กระนั้นนี่เป็นไม่มีอะไรเลยตำรวจเก็บไปหมด สมัครใจ,พยาบาล บอกไม่มีเอกสารอะไรเลย ไม่พบ ลองคิดดูถ้าหากผู้ตายเป็นผู้ที่มาทำงาน กรุงเทพมหานคร ไม่มีเครือญาติในกรุงเทพ ทำฟรีแลนซ์ กี่วันเครือญาติถึงจะทราบว่าตาย

แล้วตำรวจคู่อริไปตรวจที่รพ.ตำรวจใช่ปะ บอกมีแผลถลอก มีตาเจ็บ ปวดตา อ่ะก็ส่งขอคำแนะนำหมอตาให้มาดูค่ะ ผู้ที่เฝ้ายามวันนั้นก็คือหมอกระต่ายที่คุณเพิ่งจะฆ่าเค้าไปเมื่อเวลาบ่ายสาม

นอกเหนือจากนั้นผู้ใช้ทวิตเตอร์รายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังโพสต์ภาพในที่เกิดเหตุ ให้เห็นว่า เมื่อเกิดเหตุ ของประจำตัวของหมอกระต่ายยังอยู่ในที่เกิดเหตุครบ ทั้งกระเป๋า เอกสาร และสัมภาระต่างๆแม้กระนั้นปรากฎว่าของทั้งสิ้นกลับถูกเก็บไปที่สถานีตำรวจ โดยไม่มีการติดต่อเครือญาติให้รู้แต่อย่างใด