สรุปย้ำ ข้อกำหนดมาตรา 9 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 30 ขยายมาตรการล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว จำกัดการเดินทาง 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ถึง 31 ส.ค. ประเมินทุก 14 วัน

วันที่ 1 ส.ค. 2564 จากกรณีที่เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา แพทย์หญิงอภิยุค ศรีแต่งตั้ง ผู้ช่วยพิธีกรศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรท้องนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงวันหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า มีการปรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและครัดเคร่ง (พื้นที่สีแดงเข้ม) เพิ่มเติมอีก 16 จังหวัด รวมเป็น 29 จังหวัด และใช้มาตรการครัดเคร่งอีกทั้งล็อกดาวน์ งดเว้นออกนอกเคหสถานในค่ำคืน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. การจำกัดการโยกย้าย รวมถึงมาตรการอื่นๆโดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2564 ไปอีก 14 วัน และจะพินิจพิเคราะห์ทวนประเมินอีกทีในวันที่ 18 ส.ค. แต่ว่าหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นบางทีอาจจะจำต้องขยายถัดไปจนถึง 31 ส.ค. นั้น
ปัจจุบันช่วงยามดึกดื่นวันเดียวกัน เว็บราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎระเบียบออกตามความในมาตรา 9 ที่พระราชกำหนดมือบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 30) โดยมีข้อความระบุในบางช่วงบางตอน ว่า
ข้อ 2 การขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและครัดเคร่ง เพื่อการชะลอและลดแนวโน้มความร้ายแรงของการระบาดที่จะมีสาเหตุมาจากการวัดสถานการณ์ของฝ่ายสาธารณสุขซึ่งเห็นควรให้ดำเนิ่นมาตรการเพื่อมุ่งจำกัดการโยกย้ายและการจับกลุ่มของบุคคลต่อเนื่องไป ก็เลยกำหนดให้บรรดามาตรการ ข้อห้าม และข้อควรกระทำสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและครัดเคร่ง ตามที่กำหนดไว้ในกฎระเบียบ (ฉบับที่ 28) ระบุวันที่ 17 ก.ค. พ.ศ. 2564 ได้แก่
การลดและจำกัดการโยกย้ายเดินทาง การห้ามออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00 นาฬิกา ถึง 04.00 นาฬิกา ของวันพรุ่งนี้ การขนส่งสาธารณะ การปฏิบัติงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน และมาตรการควบคุมบูรณาการเร่งด่วนสำหรับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยง รวมถึงบรรดามาตรการ หลักเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติที่บุคลากรข้าราชการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ระบุขึ้นภายใต้กฎระเบียบดังที่กล่าวถึงมาแล้วเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎระเบียบนี้ ยังคงใช้บังคับต่อเนื่องออกไป สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและครัดเคร่งทุกจังหวัด จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564
และข้อ 11 การบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนด ให้บุคลากรข้าราชการพิจารณาและกำกับการทำตามมาตรการ ข้อห้าม และข้อควรกระทำตามข้อกำหนดนี้ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564 โดยให้ประเมินสถานการณ์และความเหมาะสมของมาตรการตามข้อกำหนดนี้ทุกห้วงระยะเวลา 14 วัน
ดังนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป.