“ภูตผีปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตระเตรียมเปิดสนามโอลด์ แทรฟเฟิร์ด รับการมาเยี่ยมของ “ลิเวอร์พูล” ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดหมายแดงเดือด คืนวันนี้ (13 พ.ค. 64)

ศึกบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดู 2020-21 ทุกวันพฤหัสที่ 13 พ.ค. 64 คู่ที่น่าดึงดูด “ภูตผีปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 2 ของตาราง จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟเฟิร์ด รับการมาเยี่ยมของ “ลิเวอร์พูล” ลิเวอร์พูล อันดับ 6 ของตาราง เริ่มแข่งขันเวลา 02.15 น. ตามเวลาในประเทศไทย
เกมนี้ โอเล กุนที่นาร์ โซลชาร์ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่สามารถใช้งาน แฮร์รี แม็คแกว่งร์ แนวรับกัปตันทีมที่มีอาการเจ็บข้อเท้า รวมทั้ง อองโตนี มาร์เชียล ที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์จากปัญหาเจ็บเข่า นอกจากนั้นขุมกำลังคนอื่นๆพร้อมลงบู๊ทั้งหมด นำมาโดย บรูโน เฟอร์นันเดส, พอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เอดินสัน คาวานี ส่วน เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ยังคงไม่สามารถใช้งานลำแข้งเจ็บหน้าเก่าๆอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, โจเอล มาติป และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ ส่วนขุมกำลังที่เหลือพร้อมฝ่านำโดย 3 ประสานแดนหน้า ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน
พินิจพิจารณา: นี่เป็นเกมที่เกียรติที่จะไม่มีใครยอมผู้ใดกันแน่อย่างแน่นอน โซลชาร์ บอกให้เห็นแล้วว่าเขาตั้งใจจริงกับเกมนี้เท่าไร ถึงกับขนาดส่งผู้เล่นตัวสำรองลงไปบู๊ในเกมแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ ค้างถิ่นโอลด์ แทรฟเฟิร์ด 1-2 เมื่อวันอังคารก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุว่าอยากพักนักเตะตัวหลัก เพราะเหตุว่าพวกเขาจำต้องเล่นถึง 3 นัดหมายใน 5 วัน เริ่มตั้งแต่เกมกับ แอสตัน วิลลา เมื่อวันอาทิตย์ ต่อด้วยพบเลสเตอร์ เมื่อวันอังคาร และมาพบกับลิเวอร์พูลในวันนี้ แต่อีกเหตุผลก็คือเขาอยากมีนักเตะที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อมาดวลกับ ลิเวอร์พูล นั่นเอง ส่วน เยอร์เกน คลอปป์ ไม่มีวันเลือกอื่นเว้นแต่คว้า 3 แต้ม เพื่อต่อความคาดหมายในการลุ้นติดท็อปโฟร์ไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูหน้า และยิ่งผลที่ได้รับจากการแข่งขันเมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาซึ่ง เชลซี ทำได้เพียงแพ้ อาร์เซนอล 0-1 ทำให้ ตอนนี้ลิเวอร์พูล มีแต้มตามหลัง เชลซี อันดับ 4 อยู่เพียงแค่ 7 คะแนน และแข่งขันน้อยกว่าอยู่ถึง 2 นัดหมาย ทำให้เกมนี้ลิเวอร์พูลใส่หมดตัวแน่ๆ มั่นใจว่าจะป็นเกมที่ทั้งคู่ทีมจะเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกสนาน สมกับเป็นแดงเดือด และคงจะสิ้นสุดลงด้วยผลเสมอแบบมีสกอร์