ต้องชี้ชะตากันถึงจุดโทษ! สวิตเซอร์แลนด์ ยิงแม่นกว่าเอาชนะ ฝรั่งเศส 5-4 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 3-3 ทำให้ “ทีมแดนนาฬิกา” ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอ สเปน ส่วน “ตราไก่” ร่วงตกรอบ 16 ทีมศึกฟุตบอลยูโร 2020

การประลองบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม อารีน่า ทุ่งนาตำหนิโอนาล่า ประเทศโรมาเนีย “ตราไก่” ฝรั่งเศส ลงสนามพบ “ทีมดินแดนนาฬิกา” ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ลงกระทำชิงชัยในวันจันทร์ที่ 28 มิ.ย.64 เวลา 02.00 น

เริ่มเกมมาในนาทีที่ 2 ฝรั่งเศส ได้ทักทายก่อน จากลูกเตะมุม โดย อ็องตวน กรีซมันน์ เปิดบอลห้อยเข้าไปในกรอบถึง ราฟาแอล วาราน ขึ้นโหม่ง แต่หลุดกรอบออกไป
นาทีที่ 15 “ทีมดินแดนนาฬิกา” มาได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ สตีเว่น ซูเบอร์ ครอสบอลเข้าไปในกรอบให้กับ ฮาริส เซเฟโรวิช กระโดดกระแทกย้ำๆเลี้ยงดูบเสาล่างเข้าประตู พา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำ ฝรั่งเศส 1-0
ถัดมาในาทีที่ 26 “ตราไก่” ได้ลูกฟรีคิกในระยะหวังผล แล้วเป็น คิลิจนถึง เอ็มบั๊ปเป้ ที่ปฏิบัติหน้าที่ปั่น บอลติดกำแพงในจังหวะแรก ก่อนกระเด้งมาเข้าทาง อ้าเท้าหวดอีกที แต่ก็โค้งหลุดกรอบออกไป
นาทีที่ 41 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ลูกเตะมุม เปิดโดย ริคาร์โด้ โรดริเกซ โยนเข้าไปในกรอบ แล้วเป็น มานูเอล อคานจี ที่โฉบโหม่ง แต่บอลโด่งผ่านคานออกไป
แล้วหมดเวลาการประลองครึ่งแรก ฝรั่งเศส ตามหลัง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 0-1
กลับมาสู่เกมช่วงหลัง ในนาทีที่ 55 แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ไปรวบ สตีเว่น ซูเบอร์ ล้มลงในกรอบ ก่อนที่จะผู้ตัดสินจะย้อนกลับมาดูภาพวีเออาร์ แล้วชี้ให้เป็นจุดลูกโทษแก่ “ทีมดินแดนนาฬิกา” แล้ว ริคาร์โด้ โรดริเกซ รับหน้าที่สังหาร แต่ยิงไปติดเซฟของ อูหรูหรา โยริส ทำให้ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชวดได้ประตูลำดับที่สองแบบโชคร้าย
นาทีที่ 57 “ตราไก่” ตัดเกมจากดินแดนกึ่งกลางมาเล่นได้ ก่อนที่จะ คิลิจนถึง เอ็มบั๊ปเป้ จะจ่ายให้ คาริม เบนเซม่า ได้กดด้วยซ้าย จ่ายบอลเข้าประตู ช่วยให้ ฝรั่งเศส ตามตีเสมอ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 1-1
ถัดมาในนาทีที่ 59 “ตราไก่” ทำเกมรุกตลอด โดย คิลิจนถึง เอ็มบั๊ปเป้ ขัดบอลให้ อ็องตวน กรีซมันน์ ตวัดไปติดปลายมือ จนถึงน์ ซอมเมอร์ ก่อนบอลเลยไปเสาไกลถึง คาริม เบนเซม่า ขึ้นกระแทกในระยะเผาขนไม่พลาด ฝรั่งเศส แซงนำ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 2-1
นาทีที่ 75 “ตราไก่” มาได้ประตูเพิ่ม จากการที่ ปอล ป็อกบา ตั้งป้อมปั่นด้วยขวา บอลโค้งแทงสามเหลี่ยมตุงตาข่ายอย่างงดงาม พา ฝรั่งเศส หนี ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 3-1
ต่อมาในนาทีที่ 81 “ทีมดินแดนนาฬิกา” ฉกบอลมาเล่นได้ ก่อนที่จะ เควิน เอ็มบาบู จะครอสบอลเข้าไปกึ่งกลาง แล้วเป็น ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ขึ้นกระแทกเตียนๆจ่ายบอลสู่ก้นตาข่าย ช่วยให้ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไล่ตาม ฝรั่งเศส 2-3
นาทีที่ 90 เป็นจังหวะที่ เรโม ฟรอยเลอร์ ฉกบอลจาก ปอล ป็อกบา มาก่อนจิ้มให้ กรานิต ชาคา จ่ายขึ้นหน้าไปยัง มาริโอ กาฟราโนวิช ได้โยกแล้วซัดด้วยขวา จ่ายบอลผ่านมือ อูหรูหรา โยริส เข้าประตู ช่วยให้ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามตีเสมอ ฝรั่งเศส 3-3
แล้วหมดเวลาการประลอง 90 นาที ยังหาผู้ชนะไม่ได้ จำเป็นต้องยืดเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที โดยที่ครบ 120 นาทีก็ยังไม่มีทีมใดสามารถทำประตูเพิ่มได้ จะต้องชี้ชะตาด้วยการดวลจุดลูกโทษ ก่อนจะเป็น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ยิงได้แม่นยำกว่าเอาชนะ ฝรั่งเศส 5-4 ซึ่ง คิลิจนถึง เอ็มบั๊ปเป้ เป็นคนสุดท้ายที่ซัดไปติดเซฟ จนถึงน์ ซอมเมอร์ ทำให้ “ตราไก่” ตกตกรอบ ส่วน “ทีมดินแดนนาฬิกา” ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบ สเปน